Bookmark and Share Add to Favorites  
เมนูหลัก


WELCOME
ยินดีต้อนรับทุกท่าน
สู่การศึกษาและเรียนรู้กีฬาเทเบิลเทนนิส
จัดทำโดย.....ร้านปิงปองอินเตอร์

คุณสมบัติของไม้เปล่า

 

ท่านคงเคยคิดหรือไม่ว่า พวกไม้เปล่าๆ ที่ไม่มียางติดอยู่ ทำไมถึงได้แพงจัง  และมันจะใช้ตีปิงปองอย่างไร?  

จริงๆ แล้ว ไม้เปล่าๆ พวกนี้ ถูกคิดค้นผลิตขึ้นมาเพื่อให้ผู้เล่นได้เลือกว่า จะใช้ไม้เปล่าแบบใดดี  ซึ่งไม้ปิงปองแบบนี้จะถูกผลิตออกมาด้วยความพิถิพิถัน มีการเลือกใช้เนื้อไม้ที่มีคุณภาพ  มีการคิดค้นใส่เทคโนโลยี่่ต่างๆ เข้าไป  เพื่อให้เกิดเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของแต่ละบุคคล  ซึ่งจะแตกต่างๆ จากไม้ปิงปองประเภทที่มียางปิงปองติดมาสำเร็จอย่างสิ้นเชิง  บางอันจะมีคุณสมบัติที่เด้งมาก  บางอันมีคุณสมบัติที่เด้งน้อย  บางอันน้ำหนักเบา บางอันน้ำหนักมาก  บางอันอาจจะมีคุณสมบัติความเด้ง 2 ด้านที่ไม่เท่ากัน ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ผลิตจะมีแนวทางในการผลิตไม้ออกมาให้ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างไร  

โดยทั่วไปไม้เปล่า จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ   ไม้เปล่าที่เป็นเนื้อไม้ธรรมชาติทั้งอัน   และ ไม้เปล่าที่มีการสอดไส้ต่างๆ เข้าไปในชั้นไม้ 

 

 

 

      

 

 

ไม้เปล่าที่ชั้นไม้ต่างๆ เป็นชั้นไม้ธรรมชาติล้วนๆ     ไม้เปล่าที่มีการสอดไส้วัสดุต่างๆ เข้าไปในชั้นไม้ 

 

สำหรับคุณสมบัติหรือข้อแตกต่างระหว่างไม้ปิงปองทั้งสองแบบนี้ มีดังนี้  

ไม้ธรรมชาติ 

 

ยิ่งมีชั้นไม้หลายชั้น ก็จะให้ความเด้งกับลูกปิงปองมากยิ่งขึ้น  เช่น  9 ชั้นเด้งกว่า 7 ชั้น และ 5 ชั้น ตามลำดับ  แต่ก็มีไม้บางรุ่น ใช้เนื้อไม้เพียงชั้นเดียวมาทำไม้ปิงปองก็มีเช่นกัน ซึ่งก็มีความเด้งมากเช่นกัน เนื่องจากเนื้อไม้ชั้นเดียวมีความหนาแน่นสูง จึงส่งผลให้เด้งแรงได้  แต่ก็เป็นเนื้อไม้ที่หาได้ยาก และมักจะมีราคาสูงอีกด้วย  

 

 

          

 

 

            เนื้อไม้ธรรมชาติล้วนแบบหลายชั้น     เนื้อไม้ธรรมชาติล้วน ชั้นเดียว

 

 

 

 

 ไม้ธรรมชาติประเภทสอดไส้ต่างๆ 

ตามกติกาสากลได้กำหนดไว้ว่า  ไม้ปิงปองจะต้องผลิตจากเนื้อไม้ธรรมชาติ 85% ดังนั้นที่เหลืออีก 15% จึงสามารถใช้วัสดุอื่นใดที่ไม่ใช่เนื้อธรรมชาติมาทดแทนได้  ดังนั้นจึงได้มีผู้คิดค้นนำเอาวัสดุต่างๆ มาสอดแทรกไว้ในชั้นไม้  ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมา เช่น แผ่น CARBON , แผ่น GARPHITE , แผ่น TITANIUM ฯลฯ  ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละวัสดุที่นำมาใช้ ย่อมมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน  จึงกลายเป็นข้อแตกต่างของผู้ผลิต ที่พยามคิดค้นหาวัสดุมาใส่ เพื่อให้สินค้าของตนเองเกิดความแตกต่างที่ไม่เหมือนกับคู่แข่ง ซึ่งผลที่ติดตามมา ก็จะทำให้ขายได้ราคาสูงกว่าไม้ธรรมชาตินั่นเอง

 

 

 

 

 

สำหรับคุณสมบัติข้อแตกต่างระหว่างไม้ธรรมชาติ กับ ไม้มีไส้ มีข้อแตกต่างตรงจุด SWEET SPOT บนหน้าไม้ ( sweet spot หมายถึง พื้นที่ที่แข็งแกร่งที่สุด บนหน้าไม้ปิงปอง ที่จะทำให้การกระดอนลูกปิงปองมีประสิทธิภาพสูงสุด )  ซึ่งไม้ธรรมชาติ จะมีพื้นที่ sweet spot น้อยกว่าไม้ที่มีการสอดไส้อยู่ภายใน  ส่งผลให้เมื่อใช้ไม้สอดไส้ตีลูกปิงปองจะมีพื้นที่ในการเด้งเพิ่มมากขึ้นกว่าไม้ธรรมชาตินั่นเอง   แต่ผู้เล่นบางรายที่มีความแม่นยำให้การตีลูกปิงปองบนหน้าไม้อยู่ตรงกลางอยู่แล้ว ก็อาจจะไม่ชอบไม้ที่มีการสอดไส้ก็ได้เช่นกัน   

 

 

 

แต่ไม้เปล่าๆ เหล่านี้จะยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกติกานะครับ เพราะเราจะต้องไปเลือกหายางปิงปองที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ  นำมาติดลงหน้าไม้เปล่าๆ เหล่านี้เสียก่อน  จึงจะสามารถนำไปใช้ในการฝึกซ้อมและแข่งขันได้นะครับ  

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

ยางจีน ยางญี่ปุ่น ยางเยอรมัน ต่างกันอย่างไร (11436) วิธีการเลือกซื้ออุปกรณ์ปิงปองแต่ละประเภท (50340) ลูกปิงปอง (20433)
เสาปิงปองและเน็ตปิงปอง (18740) โต๊ะปิงปองมาตรฐาน (118349) คุณสมบัติของยางปิงปองแต่ละประเภท (19443)
การเลือกใช้รองเท้าสำหรับกีฬาปิงปอง (6071) การติด - ตัดยางปิงปอง (3312) ชมการสาธิตการทากาวติดยางปิงปอง (3199)
แนะนำการติดฟิล์มรักษายางปิงปอง (4341) วิธีการใช้น้ำยารักษายางปิงปอง (4575) การดูแลรักษายางปิงปอง (20692)
ฟองน้ำของยางปิงปอง (5338) ยางปิงปองคืออะไร? (14590)