Bookmark and Share Add to Favorites  
เมนูหลัก


WELCOME
ยินดีต้อนรับทุกท่าน
สู่การศึกษาและเรียนรู้กีฬาเทเบิลเทนนิส
จัดทำโดย.....ร้านปิงปองอินเตอร์

ความหมุนของลูกปิงปองมีกี่แบบ

ลักษณะการหมุนของลูกปิงปอง แบ่งออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้

1. TOP SPIN (หมุนไปข้างหน้า)
2. BACK SPIN (หมุนกลับหลัง)
3. SIDE SPIN (หมุนด้านข้าง )
4. MIX SPIN (หมุนแบบผสม)
5. NO SPIN (ไม่มีความหมุน)



1. TOP SPIN หรือ ลูกหมุนไปข้างหน้า

 

ลักษณะความหมุนชนิดนี้ ลูกปิงปองจะหมุนจากด้านล่างขึ้นด้านบน หากจะเปรียบเทียบจะหมุนเหมือนกับล้อรถยนต์ที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ความหมุนชนิดนี้หากลูกปิงปองมากระทบหน้าไม้เรา จะมีความรู้สึกว่าลูกที่ตีไปจะสูงกว่าปกติ การบังคับหน้าไม้สำหรับตีความหมุนของลูกปิงปองชนิดนี้จึงต้องปิดหน้าไม้ตลอดเวลา

สำหรับการจะตีลูก TOP SPIN นี้ หน้าไม้จะต้องลากขึ้นจากล่างขึ้นบน หากจะให้ลูกมีความหมุนที่มีประสิทธิภาพต้องออกแรงตีให้สัมพันธ์กับการสัมผัสลูกรวมถึงตำแหน่งต่างๆ บนลูกปิงปองอีกด้วย ยิ่งหากต้องการให้ลูกมีความหมุนมากที่สุด หน้าไม้จะต้องกระทบตำแหน่งของลูกในส่วนที่ใต้ลูกที่สุด

 

2. BACK SPIN หรือ ลูกหมุนกลับหลัง



ความหมุนชนิดนี้ ลูกจะหมุนถอยหลัง หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ลูกตัด" นั่นเอง หากจะเปรียบเทียบกับการหมุนของล้อรถ ก็เปรียบได้ขณะขับรถถอยหลัง สำหรับความหมุนชนิดนี้จะบังคับลูกปิงปองให้ตีติดเน็ตอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นการจะตีลูกที่ความหมุนชนิดนี้จะต้องเปิดหน้าไม้ตีกลับไป

สำหรับการจะตีลูก BACK SPIN หรือ ลูกตัด ให้มีประสิทธิภาพนั้น ตำแหน่งที่จะตีบนลูก ควรจะตีตำแหน่งใต้ลูกมากที่สุด โดยจะต้องออกแรงในจังหวะที่ลูกมากระทบหน้าไม้ มุมของหน้าไม้ที่จะกระทบลูกต้องตีลักษณะเสียดสีและเร็วให้มากที่สุด 

 

3. SIDE SPIN หรือ ลูกหมุนด้านข้าง



การหมุนของลูกปิงปองชนิดนี้จะมีความหมุนเหมือนกับการหมุนของการเล่น"ลูกข่าง" ซึ่งความหมุนจะหมุนได้ทั้งด้านซ้ายไปขวา และ ด้านขวาไปซ้าย ความหมุนของลูกชนิดนี้เมื่อมากระทบหน้าไม้ของเรา จะให้ความรู้สึกว่าลูกปิงปองถูกบังคับให้ออกด้านข้างตลอดเวลา ฉะนั้นวิธีการตีความหมุนของลูกชนิดนี้ คือ ต้องตีตรงข้ามกับความหมุนที่มาจึงจะทำให้ตีได้ง่ายขึ้น แต่หากเป็นมือระดับสูงแล้ว สามารถใช้เทคนิกตีลูกตามความหมุนที่มาได้เช่นกัน

 

4. MIX SPIN หรือ การหมุนแบบผสม

 

การหมุนของลูกปิงปองชนิดนี้ จะขึ้นอยู่กลับมุมของหน้าไม้ที่กระทบลูกในจังหวะที่ตี รวมถึงสามารถเปลี่ยนมุมกระทบในจังหวะที่ตีเพื่อหลอกคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย  ซึ่งความหมุนลักษณะนี้จะใช้ในการเสริฟมากที่สุด

 

5. NO SPIN หรือ ลูกที่ไม่มีความหมุน



ลักษณะของความหมุนชนิดนี้ จะมีความหมุนมาเช่นกัน แต่จะน้อยมาก หรืออาจจะไม่หมุนเลยก็ได้ วิธีตีลูกความหมุนแบบนี้ จะต้องตีบริเวณกลางลูกปิงปอง โดยที่ให้หน้าไม้เสียดสีลูกให้น้อยที่สุด หรือไม่เสียดสีเลยก็ได้
 
 
 
 
 
 

แสดงความคิดเห็น

ประสิทธิภาพในการเล่นปิงปอง (6756) ตาราง 9 ช่อง บนโต๊ะปิงปอง (8248) เทคนิคการจับไม้ปิงปอง (12954)
ฝึกสมรรถภาพร่างกาย (4603) ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง (3536) แนะนำเทคนิคการฝึกเสริฟ (15963)
ฝึกสายตา ฝึกสมาธิ ฝึกจิตใจ (6796) ฝึกเบสิค กับ การฝึกเกมส์การแข่งขัน (4576) ความสูงในการตีลูกปิงปองข้ามเน็ต (5071)
ตำแหน่งบนไม้ปิงปองสำคัญไฉน (8416) ลักษณะการสัมผัสของหน้าไม้กับลูกปิงปอง (5830) ทิศทางการตีลูกปิงปอง (7235)
แผนภาพการฝึกปิงปองทุกระดับ (16955) 8 เบสิคพื้นฐานที่ต้องทำให้ได้ (9816) การฝึกปิงปองระดับแข่งขัน (22987)
สิ่งที่ต้องจดจำในการฝึก (5844) แบบฝึกการยืดกล้ามเนื้อ (42251) จังหวะการกระดอนของลูกปิงปอง (7349)
ตำแหน่งต่างๆ บนลูกปิงปอง (9009) ท่าการเตรียมพร้อม (18459) มีสิ่งใดบ้างที่ต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ (11695)
วิธีการจับไม้ปิงปอง (125463) หลักการฝีกซ้อมเบื้องต้น (18284)